เรื่องสั้น "หนูแว่น"

posted on 10 Mar 2010 19:57 by khanomjeep-salapao

ไม่ได้ลงเรื่องใหม่นาน เนื่องจากขี้เกียจพิมพ์สุดๆ

คราวนี้เป็นเรื่องราวของเด็กแว่นคนหนึ่ง

เขียนจำลองมาจากชีวิตในโรงเรียนเราเอง

เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ครูให้ทำ (วิชาภาษาไทยนะจ๊ะ)

เชิญรับชมเน้อ....

*******************

หนูแว่น

"เอี๊ยดดดดดดดด!!!!!!!"

'เสียงเบรคสนั่นหวั่นไหว ดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของเช้าวันจันทร์ 'หนูแว่น' ลงจากรถด้วยกิริยาที่เรียกว่าแทบจะ 'กระโจน' ลงจูบดินพร้อมกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในรถคันเดียวกัน เวลานี้ไม่มีใครสนใจใครทั้งสิ้น ทุกคนต่างรีบเร่งแข่งกับเข็มนาฬิกาบนหน้าปัด เพื่อไปให้ทันก่อนที่จะถึงเวลา 'ปิดประตูสังหาร' ตามสำนวนของหนูแว่น

"ตึง ตึง ตึง ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆ"

แต่แล้วเสียงที่นูแว่นคิดว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงหมาหอนก็ดังขึน (อ้อ... ลืมบอกไปว่าหนูแว่นกลัวผีเข้าเส้น) หนูแว่นรีบจ้ำอ้าวไปตามทางเดินอิฐแดง แต่ก็ไร้ผล...'

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหมือนบทโหมโรงเช้าวันใหม่ของหนูแว่นทุวัน ซ้ำซากไม่ตางอะไรจากพล็อตน้ำเน่าในละครโทรทัศนฺ

จนกลายเป็นว่า นี่คือกิจวัตรปกติของหนูแว่นเอง

บอกตรงๆก็คือ หนู่แว่นมาสายทุกวันนั่นแหละ

วันไหนที่หนูแว่มาเช้าเสียจึงจะถือว่าแปลก เพื่อนๆพากันมองตาค้าง พลางบ่นว่าดูท่าวันนี้ฝนฟ้าจะตกตาย อันที่จริงควรจะบอกว่าวันนี้กรุงเทพรถคล่องตลอดทุกสายเสียด้วยศ้ำ

ยังโชคดี 'โรงเรียนเพลิน' ของหนูแว่นมีกฎเกณฑ์แบเพลินๆสมชื่อ ทำให้หนูแว่นยังคงดำรงตนอยู่ได้ในโรงเรียนด้วยความ 'สโลว์โมชั่น' ของเธอ

******************************

วันหนึ่ง ณ เบรคเช้า

"มาสายทุกวันแบบนี้ ไม่รู้สึกรำคาญตัวเองบ้างเหรอไง"

'หนูตา' เพื่อนสนิ้ทสนิท (แปลว่าสนิทมาก) ของหนูแว่นเอ่ยถามขั้น พร้อมกับซัดน้ำเต้าหู้เข้าปากไปอึกใหญื

"อืม...ไม่รู้ดิ"

หนูแว่นตอบคำถามอย่างประหยัดพลังงานสมอง ตามนโยบายลดโลกร้อน

"เฮ้ย~ ถ้าเป็นชั้นนะเว้ย มาสายทุกวันงี้ เอาหัวโขกฟองน้ำตายไปนานแล้ว"

หนูแว่นไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ซ้ำยังค่อยๆละเลียดน้ำเต้าหู้อย่างใจเย็น ตามแบบฉบับ 'สโลว์โมชั่น' ที่ยังไงๆก็เข้าเค้า 'ช้าๆได้พร้าในบ่อเขรอะ' มากกว่าจะเป็นพร้าเล่มงาม

พักใหญ่หนูแว่นก็เอ่ยขึ้น

"ที่จริง เวลาที่ชั้นมาโรงเรียนไม่ถือว่าสายเลยนะ จากผลงานวิจัยเค้าบอกว่า เวลาที่คนเราตื่นเต็มที่มันคือ 8โมงเช้า แต่นั่นดันเป็นเวลาเข้าแถว..."

"โห... พอเลยๆนี่แกไปหัดพูฉลาดๆแบบนี้จากไหน แต่ยังไงก็ตาม ชั้นไม่เชื่อแกหรอ ฟันธง!!!"

หนูตาพูดพลางทำสีหน้าไม่เชื่อสุดฤทธิ์ แต่ก็ต้องเก้อเพราะหนูแว่นลุกไปหยิบขนมเพิ่นโดยไม่ได้ว่าอะไร

หนูแว่นนั่งประจำที่ (อีกครั้ง) พร้อมขนมพูนจาน แล้วพูดขึ้น

"มาสายนิดหน่อย ไม่ถึงกับตายใช่มั๊ย อย่างพวกแกที่ตรงเวลาตลอด เครียดบ้างรำเปล่าล่ะ ชั้นน่ะมาสายจยชินแล้ว ไม่รู้สึกอะไรหรอก"

"..."

"ทุกวันนี้ มีแต่คนคิดว่า ต้องรีบ ต้องตรงเวลา อะไรๆก็เร็วไปหมด จนไม่ได้สนใจตัวเอง ที่จริงมีคตนอย่างชั้นบ้างน่ะดีจะตาย ช่วยให้โลกหมุนช้าลง ร่มเย็นขึ้น... การมาสายก็มีข้อดีของมันบ้างแหละ"

****************************

เย็นวันนั้นและทุกๆวัน หนูแว่นจะรูดบัตรกลับบ้านด้วยยท่าทีเนิบช้า ต่างจากตอนเช้า และเดินเลียบถนนไปชุมนุมกับเพื่อนๆที่โต๊ะม้าหินหลังโรงอาหาร พอได้เวลากลับหนูแว้นก็ล่ำลาเพื่อนๆไปขึ้นรถโรงเรียน (คันเมื่อเช้านั่นแหละ) กลับบ้านสำราญจิต

ส่วนเวลาขึ้นรถนะหรือ...

ก็ช่วงเวลเดียวกันกับตอนที่เพื่อนกลับบ้านน่ะแหละ

เพราะคิตประจำใจของหนูแ่ว่นคือ

"ความเชื่องช้าย่อมมิบังเกิดเมื่อคือสู่มาตุภูมิ (บ้าน)" 

****************************

จบแล้วค่า

เรื่องนี้ไม่ค่อยมีสาระอะไรเท่าไหร่ แต่จะเน้นความสมจริงมากกว่า

จริงๆนะ

ไปละค่า หว่านอัน

Comment

Comment:

Tweet

แต่งเรื่องสั้นด้วยรึ ดูดีนะ ฮ่าๆ

#4 By ping (115.87.79.202) on 2010-04-10 21:23

ครูชนก ส่งมาให้อ่าน น่ารักดีนะ ใช้ภาษาเป็นบัวอย่างที่บัวเป็น

#3 By ดุจตะวัน (ครูยุ้ย) (58.9.147.110) on 2010-04-02 10:56

ขอบคุณที่เม้นให้ตลอดนะ ยังไม่ได้อ่านของบัวเลย เพราะมันดึกแล้วเอาไว้อ่านวันอื่น เม้นให้ไว้ก่อนconfused smile

#2 By ปาณฑพ on 2010-03-19 00:11

หนูแว่นดูน่ารักดี คงไม่ได้หมายถึงใครหรอกนะ??
อา...โทดทีนะ แต่มันดูงงๆอะ
แหะๆ
เค้าส่งการบ้านชมรมเเล้วล่ะ
ติดShoutmixที่บล็อกไว้
ว่างๆ ไปคุยกันก็ได้นะ

#1 By Mimmi on 2010-03-14 17:05