สวัสดีวันศุกร์ค่ะ ที่จั่วหัวเรื่องไว้อย่างนี้ก็เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดยมีที่มาจากบทพากย์เอราวัณ ซึ่งเป็นบทที่เราต้องเรียน วิธีการเขียนคือนำบทพากย์เอราวัณมาดัดแปลงในเป็นงานร้อยแก้ว และเขียนเรื่องเสริมขึ้นมาตามบทประพันธ์เดิม คือ รามเกียรติ์ โดยมีการใส่สีใส่ไข่ใส่อารมณ์เพิ่มเข้าไป รูปงานที่เสร็จสมบูรณ์ออกมาคือ เรื่องสั้น (ที่ยาว) "ศึกอินทรชิต"

อธิบายมาซะนาน เริ่มเลยละกันค่า...

"ศึกอินทรชิต"

วันนี้เป็นวันฟ้ากระจ่าง ดวงสุริยาแผดแสงแรงกล้าอยู่เหนือท้องมภาสีครามใส ปุยเมฆสีขาวสะอาดบางเบาราวขนสกุณา พระพายพัดโชยแผ่วรวยริน ควรจะเป็นวันที่อำนวยให้คนผู้หนึ่งรู้สึกรื่นรมย์ยิ่งนัก แต่เหตุใดจึงมีกลิ่นอายแห่งสงครามระเหยระเหิดล่องลอยอยู่ตามสายลมที่พัดผ่าน...

ณ กองทัพของอินทรชิต พลรบทั้งหลายต่างเตรียมตัวพร้อมทำศึกเต็มที่ ด้วยเหตุที่ว่า วันนี้มีศึกสำคัญระหว่างทัพอินทรชิตและทัพพระลักษณ์ การศึกทำท่าว่าจะดำเนินไปตามธรรมดาสามัญ แต่ทว่า...

"เห็นที...ศึกของวันนี้ คงจะมิใช่แค่ศึกธรรมดาเสียแล้วซี"  อินทรชิตผู้กำลังดูการควบคุมจัดการกองทัพเอ่ยปากขึ้น

"ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร"  องค์รักษ์คนสนิทข้างกายถามขึ้นอย่างแปลกใจ

"อีกสักเดี๋ยว เจ้าก็จะได้รู้ ว่าทัพข้าอินทรชิต จะมิใช่แค่กองทัพที่บัญชาการด้วยข้าผู้เป็นเพียงบุตรของทศกัณฐ์ แต่จะเป็นกองทัพที่มีแสนยานุภาพเทียบเท่ากับกองทัพสวรรค์ขององค์อมรินทร์เลยทีเดียว"

"นอกจากศรพรหมมาศของท่านแล้ว ยังจะมีสิ่งใดแสดงแสนยานุภาพได้เทียบเท่าเล่า"

"บางที... สิ่งที่สามารถข่มขวัญผู้คนได้ เป็นเพียงแค่ภาพมายาเท่านั้น และคราวนี้ เราจะใช้สิ่งนี้ล่อหลอกให้ศัตรูตายใจ จากนั้นค่อยลอบเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว ประดุจสายฟ้าเพียวแวบเดียวที่สามารถผลาญเผาป่าทั้งป่าได้"

"หรือท่านจะ..."

ไม่ทันจบคำ ผู้เป็นนายก็เดินจากไป ทิ้งให้องค์รักษ์ข้างกายงงงันกับกระแสปรารภที่ทิ้งท้ายไว้

*************************

ผ่านไปสักหนึ่งชั่วยาม กองทัพของอินทรชิตก็พรักพร้อม เตรียมตัวจะคลื่อนทัพ แต่เมื่อสังกตให้ดี กองทัพอินทรชิตที่ปรกติควรจะเต็มพืดไปด้วยเหล่าทหารยักา์รูปร่างสูงใหญ่น่าอกสั่นขวัญหาย กลับมีลักษณะแตกต่างออกไปจากธรรมดา โดยช้างศึกที่นำหน้า กลับเป็นคชาธารอันมีกายสีราวสังข์เนื้อผ่องสะอาดตา อีกทั้งมีเศียรที่ดูมากมายกว่าช้างธรรมดาถึง ๓๓ เศียร และแต่ละเศียรก็ยังมีวิมานอันงดงามราววไชยัต์อมรินทร์ ที่น่าแปลกประหลาดไปกว่านั้น เศียรหนึ่งๆของช้างยังมีถึง ๗ งา เมื่อมองให้ลึกเข้าไป ก็จะพบว่าแต่ละงาของกุญชรเผือกผ่องตัวนี้ยังมีสระโบกขรณีทั้งหมด ๗ สระ อันประกอบไปด้วยกอบัวสระละ ๗ กอ แต่ละกอมีอุบลบาน ๗ ดอก อันดอกบัวนั้นเล่าก็มีกลีบทั้งหมด ๗ กลีบ แต่ละกลีบก็มีนางเทพธิดาแน่งน้อยอยู่ ๗ องค์ และแต่ละองค์มีนางบริวารอีกทั้งหมด ๗ นาง แต่ละนางต่างรำร่ายฟ่ายฟ้อน ทำท่าทางราวเทพอัปสร

ยังมิใช่เพียงแค่นั้น... ช้างวิเศษที่มีนามว่า "เอราวัณ" นี้ยังถูกตกแต่งด้วยคชาภรณ์อันทำมาจากพลอยนพเก้าโกมิน ทองคำ และผ้าที่ถูกถักร้อยด้วยเพชรงดงามราวกับผ้าทิพย์จากสรวงสวรรค์ ปรากฎโลทันซึ่งคือสารถีสารถีของอินทรชิตได้แปลงเปลี่ยนกายเป็นเทพบุตรควาญช้างคอยรั้งท้ายควบคุมเจ้าช้างเอราวัณเผือกเชือกนี้ เมื่อเบือนสายตาไปมองไพร่พลรอบด้านพลันพบว่า กองทัพยักษ์ที่เคยเรียงแถวเต็มสนามได้กลายเป็นทัพสวรรค์ อันประกอบด้วยทัพรุกขเทวดาเป็นทัพหน้า ทัพหลังนั้นคือทัพของเหล่าครุฑ กินนร และนาค มัพซ้ายซ้ายคือทัพของพวกฤาษีมีวิชา และทัพขวาคือทัพของเหล่าคนธรรพ์ ทั้งหมดล้วนถืออาวุธพร้อมสรรพ เตรียมพร้อมเข้าสู่สมรภูมิห้ำหั่น

เมื่อกล่าวถึงกองทัพ ย่อมต้องกล่าวถึงแม่ทัพเช่นกัน อันแม่ทัพผู้ชาญณรงค์สงครามได้ประอยู่ ณ เบื้องบนแห่งคชาธาร ประกอบด้วยสง่าราศีควรแก่การนั่งตำแหน่งผู้นำเหล่าทัพ โอ... นั่นมิใช่องค์อมรินทร์หรืออย่างไร ราชาแห่งเทวะทั้งปวงได้ปรากฎให้เห็เป็นบุญตายิ่งแล้ว กองทัพสวรรค์ขององค์อมรินทร์อันเกรียงไกรได้เริ่มยุรยาตรเหาะเหินไปยังท้องนภาเบื้องบน รังสีมงคลก็แผ่ซ่านไปยังทุกสารทิศที่กองทัพสวรรค์เคลื่อนผ่าน...

แต่น้อยคนนักจะสังเกต เมื่อยามแสงตะวันเที่ยงสาดกระทบทัพสวรรค์อันแสดงแสนยานุภาพเกรียงไกรสยบทั่วสามภพ เงาที่ตกต้องพื้นกลับลายเป็นเงานทะมึนแห่งอสุรกายค่อยๆเข้าครอบคลุมทั่วพื้นปฐพี!

********************************

ขอหยุดที่ตรงนี้ไว้ก่อนนะะคะ ที่จริงมีต่ออีกนิดนึง แต่ด้วยความขี้เกียจ (อิอิ)จึงต้องหั่นกลางเรื่องกันเลย

คือที่จริงแล้วเรื่องมันค่อนข้างยาว กลัวว่าจะมึน เลยแบ่งเป็นสองตอนละกันค่ะ

ช่วยคอมเม้นท์ด้วยนะคะ ฮือๆๆ ToT 

ไจ้เจี้ยนค่ะ

edit @ 5 Feb 2010 18:59:59 by Bua-salapao

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เย้ เม้นแรก

นึกถึงตอนอาจารย์ให้ออกไปแปลเลยค่ะ

ตรงที่ว่า "อินทรชิตบิดเบือนกายิน"
จริงๆ มันแปลว่า "อินทรชิตแปลงร่าง" ใช่ปะ

เพื่อนเราแปลว่า "อินทรชิตบิดขี้เกียจ"
//ฮา confused smile confused smile confused smile confused smile

รออ่านจ่ะ (ได้ทบทวนบทเรียน อิอิ)

ศิลปะทำได้กี่ข้อคะ เราทำได้7
55555

ปล.ชื่ออะไรคะ เราตู้นะ big smile
ปลล.แต่ก่อนเรียนภาษาจีน เค้าจะ(บังคับ)ให้พูดว่า เหล่าซือ ไจ้เจี้ยน เพื่อนๆเราก็พูดว่า เหล่าซือ ใกล้เตี้ยมั่งล่ะ ไอ้เหี้_มั่งล่ะ และก็อื่นๆอีกมากมาย ดีนะเค้าฟังภาษาไทยไม่ออก ไม่งั้นเละแหงมๆ confused smile

#1 By Too Man on 2010-02-07 13:48

วะวะว้าว... ขอบคุณมากค่าสำหรับคอมเม้นท์
เราชื่อบัวล่ะ
ที่จริงงานนี้เป็นคำบัญชาจากครูที่โรงเรียนให้แต่งขึ้น
เลยถือเป็นภาคพิสดารไง

ส่วนศิลปะเราไม่ได้นับว่าทำได้กี่ข้อ แต่ก็พอถูไถล่ะ
อิอิsad smile sad smile

แล้วตอนนี้ตู้ไม่ได้เรียนจีนแล้วเหรอ
อยากมีเพื่อนในบล็อกที่เรียนภาษาจีนเหมือนกันนะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะตู้big smile

#2 By Bua-salapao on 2010-02-07 19:13